กล้วยไม้ “ราชินีแห่งพันธุ์ไม้ดอก” สมญานี้มิได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะความสวยสง่า ความงดงาม โดดเด่นเหนือกว่าพันธุ์ไม้อื่นใด โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่า ที่เป็นพันธุ์ไม้แท้ ๆ ไม่ได้ถูกปรุงแต่งหรือปรับเปลี่ยนพันธุกรรม กล้วยไม้เป็นพืชที่ทั้งเลี้ยงยากและเลี้ยงง่าย

กล่าวคือเลี้ยงยากสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีความรู้ แต่เลี้ยงง่ายสำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญและรู้ใจกล้วยไม้แล้ว สำหรับวิธีการเลี้ยงไม้ประดับพันธุ์นี้ให้รอด มีรากสวย ออกดอกงดงาม ลำต้นแข็งแรงนั้น มีเคล็ดลับดังนี้

จัดหาวัสดุปลูกให้เหมาะสมกับ

ชนิดรากกล้วยไม้แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ

รากอากาศ

ได้แก่ ช้างกระ ฟ้ามุ่ย เข็มขาว มาลัยแดง เป็นต้น รากชนิดนี้ไม่ต้องการความชื้นมาก ชอบยึดเกาะตามต้นไม้เนื้อแข็ง สามารถยึดเกาะกระถางดินเผาหรือวัสดุปลูกที่แข็งได้ รากในส่วนปลายของรากหรือ Root Cap จะมีสีเขียวซึ่งสามารถสังเคราะห์แสงได้ จึงไม่ควรใช้วัสดุปลูกที่ปิดกั้นแสง

รากกึ่งอากาศ

ได้แก่ เอื้องเงิน เอื้องแซะ เอื้องคำ เอื้องม่อนไข่ เป็นต้น กล้วยไม้พันธุ์นี้ต้องการความชื้นมาก โดยปกติกล้วยไม้ประเภทนี้จะชอนไชรากลงบนเปลือกไม้ที่มีความชุ่มชื้นสูง การเลือกวัสดุปลูกควรเลือกวัสดุที่อ่อนนุ่ม ให้รากชอนไชเข้าไปได้ง่ายเก็บความชื้นได้เป็นอย่างดี

รากดิน

ได้แก่ รองเท้านารี ม้าวิ่ง และกล้วยไม้ดินอื่นๆ กล้วยไม้รากดินแม้จะมีรากขนาดใหญ่ แต่ก็ต้องการความชื้น การเลือกวัสดุๆ ควรเลือกวัสดุที่มีความชื้นอุ้มน้ำได้ดี แต่วัสดุปลูกนั้นต้องสะอาด ไม่ทำให้เกิดเชื้อรา หรือแอนแทรคโนสได้ง่าย

เลี้ยงราก สร้างลำต้น ค่อยหวังผลและดอก

ก่อนที่กล้วยไม้จะสามารถออกดอกสวยๆ และให้ผลที่สมบูรณ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบำรุงเริ่มต้นจากราก สำหรับกล้วยไม้ป่าที่มาใหม่หรือต้องตัดรากย้ายกระถาง ควรใช้น้ำยาเร่งราก เพื่อให้รากมันงอกเร็วขึ้นป้องกันการทรุดโทรมของต้นและใบ

เมื่อรากงอกเต็มที่แล้วหรือในกรณีที่กล้วยไม้ปลูกมาสักพักแล้ว การบำรุงรากให้สวยงามนั้นควรทำได้โดยการ นำนมสด 250 มิลลิลิตร ผสมกับน้ำ 1 ลิตรฉีดพ่นบริเวณราก ในตอนเช้าแบบวันเว้นวัน จะสังเกตได้ว่านมสดจะทำให้รากกล้วยไม้มีคราบตะไคร่น้ำสีเขียวขึ้น ตะไคร่น้ำเหล่านี้จะช่วยดูดซับความชื้น รากจะอวบ บริเวณ Root Cap จะเขียวเข้ม

เมื่อรากได้รับการบำรุงดีแล้ว ลำต้นและไปก็จะอวบสมบูรณ์ดี หากจะให้ปุ๋ยก็ควรให้ปุ๋ยแต่เพียงน้อย เพราะกล้วยไม้สายพันธุ์ป่าให้ปุ๋ยมากไม่ได้จะทำให้ Root Cap ได้รับความเสียหาย

เมื่อกล้วยไม้เริ่มแทงช่อดอกควรให้นมสดมากขึ้น เพื่อให้ช่อดอกมีความเอิบอิ่มสวยงาม การเลี้ยงกล้วยไม้แบบดูแลจากรากสู่ลำต้นเพื่อให้ดอกและผลของกล้วยไม้สมบูรณ์นี้เป็นวิธีที่ใช้ได้จริง

การรับมือโรคระบาด และศัตรูพืช

โรคระบาดที่เกิดในกล้วยไม้ คือ “โรคแอนแทรกโนส” ซึ่งจะทำให้ใบเน่าและลามไปทั่วต้นจนกล้วยไม้ จนต้นนั้นตายไปในที่สุด มักเกิดง่ายในตระกูลกล้วยไม้ที่เติบโตทางยอด เช่น ช้างกระ มาลัยแดง ไอยเรศ เป็นต้น

การแก้ปัญหาทำได้โดยการตัดใบกล้วยไม้ที่มีรอยเน่าดำนั้นทิ้ง แล้วนำกล้วยไม้ต้นนั้นออกห่างจากต้นอื่นๆ ควรนำไปไว้ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก สวนกล้วยไม้ที่เหลือ ให้ลดการให้น้ำลง ลดความชื้นในโรงเพาะให้ได้มากที่สุด

 ส่วนแมลงศัตรูพืช ทั้งบุ้ง หนอน เพลี้ย และแมลง การดูแลสามารถทำได้ด้วยการฉีดพ่นสารเคมี หรือการต้มสมุนไพร เช่น ผักขี้เหล็ก ใบสะเดา ผสมปูนขาวเล็กน้อยฉีดพ่น ก็สามารถไล่แมลงเหล่านั้นให้ไปจากกล้วยไม้ของคุณได้

ทั้งนี้กล้วยไม้เป็นพืชที่เมื่อติดโรคแล้วจะลุกลามได้ง่าย จึงควรหมั่นดูแลตรวจตราว่ามีกล้วยไม้ต้นใด เป็นโรคหรือถูกแมลงศัตรูพืชรบกวนหรือไม่ เพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที

กล้วยไม้ป่าเพียงเลี้ยงให้ถูกวิธี เข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ รู้และเข้าใจว่ากล้วยไม้แต่ละสายพันธุ์ชอบสภาพภูมิอากาศเช่นใด ต้องการความชื้นมากน้อยแค่ไหน ศึกษาความเป็นธรรมชาติของแต่ละสายพันธุ์ได้แล้วการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ก็จะเป็นเรื่องง่าย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *